เดือนแรกถึงสามเดือน
ในเดือนแรกพัฒนาการเด่นของทารกปีแรกจะเป็นการยกศีรษะขี้นได้เป็นเวลาสั้น ๆ หันหัวไปทางด้านข้างไปมาทำให้เกิดการเคลื่นไหวของแขนและมือไปทีใบหน้า พวกเขาชอบมองใบหน้าของมนุษย์มากกว่ารูปทรงอื่น ๆ การเคลื่อนไหวแข็งแกร่งสามารถมุ่งเน้นไปไกลได้ 8 ถึง12 นิ้วเลยทีเดียว หันไปหาทางเสียงที่คุ้นเคยและกระพริบตาตามแสงสี ทารกในเดือนที่สองสามารถยิ้มและมองตามวัตถุด้วยตาทั้งยังทำเสียงที่แตกต่างกันและทำเสียงได้ซ้ำ ๆเช่นเสียงสระอา, โอ และอะ เป็นต้น ทารกในเดือนที่สามพัฒนามากขึ้นสามารถยกศีรษะและหน้าอกขึ้นไปจนถึงหน้าท้องได้ ยกหัวขึ้นถึง 45 องศา เตะ ยืดขา กางมือ กำมือ สามารถกดขาลงเมื่อนอนอยู่บนพื้นผิวราบ และสามารถเอื้อมถึงของเลนที่ห้อยต่ำลงมาได้ พวกเขายังจับของเล่นได้ มองตามวัตถุที่เคลื่อนไหว เยนแบบเสียง จดจำวัตถุที่คุ้นเคยและยิ้มให้ผู้คนรอบข้าง พัฒนาการประสานระหว่างมือกับตา จับมือทั้งสองเข้าด้วยกัน ยกหัวขึ้นโดยการควบคุมและมีความนใจในรูปแบบทรงกลมและแบบทรงเกลียว
ทารกส่วนใหญ่สามารถยกหัวขึ้นทำมุมได้ถึง 90 องศาจากหน้าท้อง สามารถรับน้ำหนักของขาได้ทั้งสองขาง หัวเราะและพูดโดยออกเสียง “ฮู”และส่งเสียงเอิ๊ก-อ๊าก แต่อาจมีพัฒนาการอืน ๆ ที่ไม่พบได้บ่อยนักในทารกเช่นส่งเสียงรัว ให้ความสนใจกับวัคถุต่างๆ เอื้อมมือคว้าวัตถุ และผลักดันตัวเองไปข้างหน้าโดยการกลิ้ง ทารกสามารถยกหัวขึ้นถึงระดับตัวเมื่อถูกจับดึงให้นั่ง นั่งโดยไม่มีสิ่งค้ำรองรับและส่งเสียหยอกล้อ ทารกจะอารมณ์เสียเมื่อของเล่นของพวกเขาถูกแย่งไป ในเดือนที่ห้าทารกสามารถกลิ้งและดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งง่ายขึ้น ส่งเสียงหยอกล้อ รู้จักชื่อของตัวเอง ส่งผ่านวัตถุจากมือข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง ดันตัวเองจากท่านั่งให้ยืนขึ้นและนั่งได้ชั่วขณะโดยไม่ต้องอาศัยสิ่งค้ำรองรับ พยายามที่จะคว้าวัตถุที่อยู่ไกลมือและนี่คือเวาที่เด็กเริมเลียนเสียงเช่นคำว่า “มา มา แม่ พ่อ” และตามมาด้วยอาการกระวนกระวาย เริ่มรู้จักการแยกแยะหน้าตาผู้คนและคนแปลกหน้า ในทารกเดือนที่หกสามารถยกสีรษะให้ตั้งระดับได้ขณะอยู่ในท่านั่ง สามารถนั่งได้ชั่วขณะโดยมีสิ่งค้ำรองรับ สามาถหยิบหนมปังกรอบใส่ปากได้เอง กลิ้งตัวไปมา มความพยายามเอื้อมคว้าของเล่น เริ่มคลาน สามารถหยิบวัตถุขนาดเล็กด้วยนิ้วมือ พูดอ้อแอ้ ทำเสียงได้หลายเสียงและเริ่มกระวนกระวาย ทารกวัยนี้รู้จักแยกแยะใบหน้าและคนแปลกหนาได้แล้ว
ในเดือนที่เจ็ดทารกส่วนใหญ่สามาถนั่งได้เองโดยไม่ต้องมีสิ่งค้ำรองรับ ทำเสียงอ้อแอ้ เลียนแบบเสียงและพยายามที่จะคว้าของเล่นที่อยู่ไกลมือ สามรถหยิบขนมปังกรอบใส่ปากได้เอง บางคนเริ่มคลานและพุ่งตัวเองไปข้างหน้า อารมณ์เสียเมื่อถูกแย่งของเล่นไป ชอบเล่นจ๊ะเอ๋ (peek a boo)
สามารถแยกความแตกต่างทางอารมณ์ของบุคคลตามเสียงของผู้พูด สามารถส่งผ่านวัตถุจากมือข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่งได้ และเริ่มกระวนกระวาย
ทารกสามารถยืนได้ด้วยตัวเองถ้ามีที่ให้เกาะหรือได้จับมือผู้ใหญ่ สามารถเรียนรู้ที่จะโบกมือเมื่อได้ยินคำว่า “บ๊ายบาย” และตบมือได้ รู้จักที่จะตีวัตถุเข้าด้วยกันและส่งเสียง “มา มา บา บา” พวกเขาสามารถเดินได้เองโดยเกาะไปตามเฟอร์นิเจอร์ ในเดือนที่เก้าทารกสามารถยืนโดยมีสิ่งค้ำรองรับบางส่วนและเริ่มมองหาสิ่งของที่ตกอยู่ตามพื้น ทั้งยังสามารถยืนขึ้นจากท่านั่งได้เอง พวกเขาสามารถรวมพยางค์เพื่อให้เกิดเสียงที่แตกต่างกัน รู้จักใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วอื่นๆหยิบของขึ้นมา รู้จักตบมือและตีสิ่งของเข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดเสียง สามารถยืนได้เองเป็นระยะเวลาสั้นๆ เริ่มรู้จักตัวเองในกระจก ปล่อยสิ่งของให้ตกลงสู่พื้นและมองหามัน เข้าใจคำว่า “ไม่” เมื่อคุณแม่หลายคนนำมาใช้เพื่อหยุดการกระทำของทารก พัฒนาการในเด็กทารกบางคนสามารถออกเสียงคำว่า “แม่” ได้อย่างชัดเจนแทนคำว่า “มา มา” หรือสามารถเล่นตีขนมและเล่นลูกบอล ทารกในวัยนี้ยังสามารถดื่มจากถ้วยได้โด้ไม่ต้องช่วยเหลือ ยืนอยู่คนเดียวโดยไม่ด้องใช้สิ่งค้ำรองรับและพูดคำใหม่ๆได้หนึ่งหรือสองคำ
จากเดือนที่ 10-12 เดือน
ในเดือนที่สิบ ทารกสามารถยืนบนพี้นได้แล้ว เดินโดยเครื่องอุปกรณ่วยพยุงตัวและดึงตัวขึ้นยืนจากท่านั่ง สามารถโบกมือ “บ๊าย บาย” สามารถคลานได้ดี สามารถใช้นิ้วหัวแม่มือร่วมกับนิ้วอื่นๆหยิบจับสิ่งของ ทารกบางคนสามารถเรียกแม่ได้ถูกคนและสามารถเข้าใจคำว่า “ไม่”แต่กลับไม่ยอมเชื่อฟัง สามารถจดจำชื่อของตัวเองได้และแสดงการตอบรับ เด็กทารกทุกคนมีสไดล์ของตัวเองและท่าทางแสดงความต้องการของพวกเขาเช่นการร้องไห้ที่พบได้บ่อยที่สุด ผู้คนที่อยู่รายรอบเด็กๆก็เข้าใจเกี่ยวกับท่าทางและการแสดงออกของพวกเขาเช่นกัน ทารกในวัยนี้สามารถยืนอยู่คนเดียวได้เป็นบางครั้ง ทารกบางคนสามารถดื่มน้ำจากถ้วยได้เองและยืนอยู่คนเดียวได้โดยไม่ต้องเกาะยึดอะไรเลย พวกเขาสามารถเล่นตีขนม เล่นกับลูกบอลและเดินได้เพียงหนึ่งหรือสองก้าว พวกเขาสามารถนำของเล่นไปใส่ลงในภาชนะบรรจุหรือกล่อง ในเดือนที่สิบเอ็ดทารกสามารถจดจำและเรียกแม่และพ่อได้ สามารถโบกมือบ๊ายบาย ตบมือ ยืนอยู่คนเดียวได้ชั่วขณะ ดื่มจากถ้วยได้เอง เลียนแบบคนอื่น เข้าใจคำสั่งง่ายๆ และพูดได้อ้อแอ้ บางคนสามารถเดินได้ดีกว่าเด็กคนอื่นๆ ในเดือนที่สิบสองหรือหลังหนึ่งขวบปีทารกสามารถเลียนแบบเสียงและกริยาอาการของผู้อื่น ทารกจะบอกถึงความต้องการของพวกเขาด้วยท่าทางและการร้องไห้ พวกเขาสามารถคลานและเดินได้ดีโดยได้รับความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยหรืออาจไม่มีเลยก็ได้ พวกเขาจะเริ่มกลัวคนแปลกหน้าและดึงถุงเท้าออก สามารถพูดได้มากคำขึ้น สามารถสั่นหัวในการแสดงการปฏิเสธ เด็กบางคนมีพัฒนาการมากขึ้นสามารถขีดเขียนด้วยสีเทียนและพูดได้มากกว่าสามหรือสี่คำ
สิ่งที่ต้องรับผิดชอบต่อพัฒนาการของเด็ก
พัฒนาการของทารกขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยซึ่งความรักและการดูแลเดาใจใส่มาเป็นลำดับแรก มีปัจจัยอื่นๆที่สามารถนำไปสู่การเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกเช่นการเล่น การออกกำลังกายซึ่งจะช่วยให้ทารกเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อของพวกเขาและทำให้เกิดความยืดหยุ่น การเล่นกับของเล่นประเภทต่อชิ้นส่วน วางซ้อน การดึง การเตะและการขว้าง ปฏิกิริยาเหล่านี้ช่วยให้ทารกมีสุขภาพสัมพันธ์ที่ดีต่อคนรอบข้างทั้งยังช่วยทำให้พวกเขาแข็งแกร่งพร้อมที่จะเผชิญปัญหาโดยลำพัง ความสามารถในการตอบโต้กับผู้อื่นและการอยู่ร่วมกันในสังคมสามารถพัฒนาและปรับปรุงได้โดยการเข้าร่วมเล่นกีฬาของกลุ่มในชุมชนและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่มเช่นการรับรู้ การเรียนรู้ การแก้ปัญหา แสดงความคิดเห็นและอื่นๆซึ่งมีความสำคัญในการช่วยทางด้านจิตใจและทำให้พวกเขาได้รับพัฒนาการที่ดีขึ้นโดยการเล่นต่อภาพปริศนาและของเล่นที่มีรูปร่างที่แตกต่างกันทั้งต่างสีต่างขนาดและรูปทรง
ของเล่นสำหรับเด็ก – ส่วนสำคัญในการพัฒนาในเหตุการณ์สำคัญของเด็ก
ของเล่นสำหรับเด็กไม่ใช่เป็นเพียงแค่เครื่องมือการเล่นของลูกน้อยของคุณเท่านั้น แต่มันจะช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการของพวกเขาอย่างมาก ดังนั้นก่อนการตัดสินใจซื้อของเล่นสำหรับลูกน้อยของคุณ คุณควรนึกถึงความสะดวกใช้และวิธีการต่างๆในการเล่นมัน ของเล่นสำหรับเด็กควรจะให้ความสนุก ปลอดภัย ทนทานและน่าสนใจซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจของเด็ก มีของเล่นที่มีหลากหลายระดับของกิจกรรมที่มีชนิดต่างๆของเกมที่ช่วยเพิ่มพลังความคิดสร้างสรรให้แก่เด็ก ควรเลือกผลิตภัณฑ์ซึ่งเด็กสามารถเล่นได้เป็นเวลานานและทำให้พวกเขาได้เพิ่มทักษะในการเรียนรู้ซึ่งพวกเขาสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตของพวกเขาในอนาคต
พูดคุยอย่างฉลาดและปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างชาญฉลาด
พ่อแม่โดยทั่วไปเลี้ยงดูลูกถนอมดุจดังเป็นทรัพย์สินของตนหรือไม่อาจสื่อสารให้เด็กเข้าใจในคำพูดของคุณได้ และอาจมีพ่อแม่บางคนสร้างเรื่องราวขึ้นเองเพื่อที่จะทำให้ลูกๆเชื่อฟังเขา สิ่งหล่านี้ไม่จำเป็นเลยเพราะหากคุณพูดคุยกับบุตรหลานของคุณอย่างชาญฉลาดพวกเขาก็จะเชื่อฟังคุณเองเบื้องหลังเหตุผลก็คือให้พวกเขารู้สึกถึงความรับผิดชอบและถ้าพ่อแม่สามารถแบ่งปันความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาเหล่านี้จะช่วยให้เด็กๆกล้าที่จะพูดออกมาตรงๆ นอกจากนี้ยังจะกลายเป็นความรับผิดชอบร่วมกันในเมื่อพ่อแม่แบ่งปันความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาและไม่หลวกลวงบิดเบือนต่อพวกเขาก็จะทำให้พวกเขาสามารถปรับเปลี่ยนลักษณะนิสัยได้อบ่างเป็นปกติ
โภชนาการเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับพัฒนาการของเด็ก
อาหารเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยในพัฒนาการของเด็กให้เจริญเดิบโตขึ้นเป็นมนุษย์ที่มีสุขภาพดี พ่อแม่ควรตระหนักถึงสิ่งที่ดีที่สุดและจำเป็นสำหรับบุตรหลานของท่าน ระยะแรกของทารกซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากที่สุดและพ่อแม่ควรดูแลเรื่องอาหารของลูกน้อยอย่างระมัดระวัง จึงต้องเพิ่มสารอาหารหลากหลายลงในอาหารของทารก ตารางอาหารประจำวันเป็นสิ่งจำเป็นในการดูแลของปริมาณอาหารให้แก่ลูกน้อยของคุณ จำนวนอาหารทีน้อยกว่ามารฐานจะนำไปสู่การขาดสารอาหารและหากจำนวนอาหารที่มากเกินไปก็อาจนำไปสู่โรคอ้วนในเด็กได้เช่นกันซึ่งเหล่านี้ไม่ทำให้เด็กมีสุขภาพที่ดี โภชนาการมีบทบาทสำคัญในพัฒนาการของทารกอย่างมาก
ขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ทุกท่าน ! พระเจ้าได้ประทานของขวัญล้ำค่ามาให้กับคุณ ดังนั้น Newborn Baby Care ขอสนับสนุนให้คุณแม่ทุกท่านได้มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกน้อยของคุณ



